ประเมินผลกระทบทางสุขภาพเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก อำเภอละงู จังหวัดสตูล

รายละเอียดโครงการ
เลขที่ข้อตกลง 61-ข-058
ชื่อโครงการ ประเมินผลกระทบทางสุขภาพเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก อำเภอละงู จังหวัดสตูล
ชุดโครงการ แผนงานโซนใต้อันดามัน
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์
คณะทำงาน ? นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ดร.ทวีสินธุ์ ตั้งเซ่ง ดร.ธวัชชัย ศรีพรงาม ดร.ดนุวัศ สุวรรณวงศ์
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 มิถุนายน 2561 - 15 มีนาคม 2562
งบประมาณโครงการ 100,000.00 บาท
จำนวนกลุ่มเป้าหมาย (คน) 30
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย

คณะกรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก ตามคำสั่งจังหวัดสตูล ที่ 1129/2552 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสตูล ลงวันที 7 กันยายน พ.ศ. 2552 นายสุเมธ เลิศชัยวณิชกุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

พื้นที่ดำเนินการ บ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล
จังหวัด สตูล
ละติจูด-ลองจิจูด
ผู้ดำเนินการติดตามสนับสนุนโครงการ
  • sulaiman.bsulaiman.b (Owner)  
  • ดร.ทวีสินธ์ุ ตั้งเซ่งดร.ทวีสินธ์ุ ตั้งเซ่ง (Owner)  
  • ดร.ธวัชชัย ศรีพรงามดร.ธวัชชัย ศรีพรงาม (Owner)  
งวดสำหรับการทำรายงาน
งวดวันที่งวดโครงการวันที่งวดรายงานงบประมาณ
(บาท)
จากวันที่ถึงวันที่จากวันที่ถึงวันที่
1 1 มิ.ย. 2561 31 ธ.ค. 2561 1 มิ.ย. 2561 31 ธ.ค. 2561 70,000.00
2 1 ม.ค. 2562 28 ก.พ. 2562 20,000.00
3 1 มี.ค. 2562 31 พ.ค. 2562 10,000.00
รวมงบประมาณ 100,000.00

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลกและเป็นที่ยอมรับกันเกือบทุกประเทศว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักเข้าสู่ประเทศอันดับต้น ๆ อีกทั้งยังมีแนวโน้มในการขยายตัวและเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตตามที่องค์การท่องเที่ยวแห่งประชาชาติ (United World Tourism Organization: UNWTO) ได้พยากรณ์ ในปี พ.ศ.2563 จะมีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจำนวน 1,600 ล้านคน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมหาศาล ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากการคาดการณ์ในปี พ.ศ.2563 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 71 ล้านคน เท่ากับจำนวนประชากรของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2558) จากการข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวสูง มีบทบาทความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสอดคล้องกับรายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยวฉบับแรกของปี พ.ศ. 2560 ซึ่งคาดการณ์ว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวโลกในปี พ.ศ. 2560 จะเติบโตร้อยละ 3-4 ใกล้เคียงกับการเติบโตของปี พ.ศ. 2559 สำหรับประเทศไทย เริ่มต้นปีด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 9.07 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 0.41 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ 4.72 แสนล้านบาท ในขณะที่ จำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.43 ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 2.31 แสนล้านบาท และเป็นที่คาดการณ์ว่า ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2560 จะมีรายได้ จากการท่องเที่ยวรวม 2.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2559 ร้อยละ 9.84 โดยเป็นรายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยว ต่างชาติจำนวน 1.82 ล้านล้านบาท และมาจากนักท่องเที่ยวชาวไทย 0.93 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17-18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ใกล้เคียงกับของปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2559) ดังนั้นการบริหารจัดการท่องเที่ยวประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคตจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการอนุรักษณ์ทรัพากรธรรมชาติและวัฒนธรรมให้มีความสมบูรณ์และคงความเป็นอัตลักษณ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการจัดการการท่องเที่ยวสืบไป

ปัจจุบันการท่องเที่ยวจึงเกิดแนวคิดในการอนุรักษ์วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่าการท่องเที่ยวทางเลือก (alternative tourism) ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,2555) โดยเฉพาะแนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) ซึ่งมุ่งหวังให้การจัดการท่องเที่ยวคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม กำหนดทิศทางโดยชุมชน จัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชน และชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของมีสิทธิในการจัดการดูแลเพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยือน โดยมองว่าการท่องเที่ยวต้องทำงานครอบคลุม 5 ด้าน พร้อมกัน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีชุมชนเป็นเจ้าของและมีส่วนในการจัดการ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นแนวคิดการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทุนทางสังคมของแต่ละในชุม โดยเปลี่ยนจากภาคการผลิตเป็นภาคบริการ หลายชุมชนในประเทศไทยให้ความสำคัญและพัฒนาชุมชนภายใต้แนวคิดดังกล่าว โดยสะท้อนได้จากการสำรวจตัวเลขชุมชนที่ทำเรื่องการท่องเที่ยวโดยใช้แนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั่วประเทศเมื่อต้นปี 2560 พบว่ามีชุมชนจำนวน 264 ชุมชนทั่วประเทศ แยกออกเป็นภาคเหนือ 82 ชุมชน ภาคอีสาน 57 ชุมชน ภาคกลาง 62 ชุมชน และภาคใต้ 63 ชุมชน โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบการให้บริการทั้งแบบไปกลับในวันเดียวและพักค้างคืน คิดเป็น 73 % สัดส่วนของนักท่องเที่ยวในภาคอีสาน ภาคกลางและภาคใต้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ส่วนภาคเหนือมีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทย (กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา,2560) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของชุมชนเจ้าของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวท่องเที่ยวโดนชุมชนเพื่ออนุรักษณ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวของตนเกิดความยั่งยืนและได้ประโยชน์สูงสุด โดยจังหวัดที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมากกที่สุด คือ เชียงใหม่ 32 แห่ง รองลงมาคือ สตูล 24 แห่ง และอันดับ 3 เชียงรางรายและชุมพรจำนวนเท่ากัน คือ 12 แห่ง (กรมการท่องเที่ยว,2560)

การนำแนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมอีกทั้งยังเป็นเครื่องมือและแนวทางหลักในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรของชุมชนโดยเฉพาะในภาคใต้โซนอันดามันที่เห็ได้ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของทรัพยากรโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่งมีการดำเนินงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะที่ต้องการสร้างประสบการณ์ ซึ่งการดำเนินการท่องเที่ยวโดยชุมชนของจัดหวัดสตูลมีการจัดตังกลุ่มเครือข่ายโดยมีชุมชนบ่อเจ้ดลูกที่ดำเนินงานเป็นกลุ่มแรกของจังหวัด และยังมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันจน การดำเนินงานของชุมชนบ่อเจ้ดลูกมีแนวโน้มและการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเนื่องจาก มีทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดนเด่น และตั้งแต่ได้รับการประกาศเป้นอุทยานธรณีโลก ส่งผลให้ชุมชนเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ชุมชนสามารถสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเจ้าของพื้นที่ ดังนั้นการกำหนดนโยบายภาครัฐจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงลกระทบทางสุขภาพของคนในชุมชนซึ่งเป็นผู้รับนโยบายโดยตรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการประเมินผลกระทบทางสุขภาพเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อให้ผู้ดำเนินการและคนในชุมชนได้รับผลประโยชน์และมีความสุขมากที่สุด

กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลัก

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ / ตัวชี้วัด / การดำเนินกิจกรรม

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ / เป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จ

วัตถุประสงค์โดยตรง

เพื่อประเมินผลกระทบทางสุขภาพของยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูกจังหวัดสตูล

ข้อมูลผลกระทบทางสุขภาพของยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูกจังหวัดสตูล ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

เพื่อเสนอแนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูกจังหวัดสตูลที่เหมาะสมกับสุขภาพ

แนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูกจังหวัดสตูลที่เหมาะสมกับสุขภาพของชุมชนโดยคำนึงถึงมิติ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

กิจกรรมหลัก

วันที่ทำกิจกรรมชื่อกิจกรรมหลักงบประมาณ
(บาท)
กลุ่มเป้าหมาย
(คน)
กิจกรรม
(ครั้ง)
งบกิจกรรม
(บาท)
ทำแล้ว
(ครั้ง)
ใช้จ่ายแล้ว
(บาท)
1 กลั่นกรองความจำเป็นในการประเมิน (Screening ) 20,000.00 10 3 20,000.00 3 38,000.00
14-15 ก.ค. 61 เพื่อทบทวนสถานการณ์ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงานท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก จังหวัดสตูล 10 - -
16 ก.ค. 61 จัดทำรายละเอียดความเชื่อมโยงของ ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวชุมชนระดับชาติ/ระดับภาคใต้/ระดับโซนอันดามัน/ระดับจังหวัด/ระดับชุมชน 10 - -
28-29 ก.ค. 61 วิเคระห์ผลกระทบเบื้องต้นจากยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวชุมชน 15 - -
2 กำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมิน (Scoping) 20,000.00 20 1 20,000.00 1 20,000.00
21-23 ก.ย. 61 กำหนดขอบเขตด้านเนื้อหา พื้นที่ ระยะเวลา และจัดทำตัวชี้วัด เครื่องมือในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพของยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก จังหวัดสตูล 20 - -
3 ประเมิน (Appraisal) 40,000.00 430 1 40,000.00 - -
4-30 พ.ย. 61 ประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ่อเจ็ดลูก จังหวัดสตูล 430 - -
4 ทบทวนร่างรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพโดยสาธารณะ (Public Review) 20,000.00 20 1 20,000.00 - -
30 พ.ย. 61-1 มี.ค. 62 จัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพโดยสาธารณะ 20 - -
รวม 100,000.00 480 6 100,000.00 4 58,000.00

โครงการเข้าสู่ระบบโดย sulaiman.b sulaiman.b เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 09:02 น.